5 สิ่งที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจทำประกันชีวิต

1. ค้นหาเป้าหมาย 

“เงินเป็นทรัพยากรที่มีอย่างจำกัด แต่ความต้องการของเรามีไม่จำกัด” สิ่งสำคัญที่ควรทำอย่างแรก คือ การเรียงลำดับความสำคัญ โดยการตั้งเป้าหมายแล้วนำจำนวนเงินรายได้มาจับคู่กับเป้าหมายนั้น ถ้าเงินไม่เพียงพอก็อาจจะต้องเลือกทำเป้าหมายที่สำคัญทีสุดให้เสร็จสิ้นก่อน

เป้าหมายเพื่อสร้างประโยชน์ให้แก่ตนเอง

ตัวอย่าง

  1. สร้างวินัยการออมที่ได้รับผลตอบแทนสูง
  2. สร้างเงินออมไว้ใช้อย่างสบายหลังเกษียณ
  3. คุ้มครองเสาหลักของครอบครัว

เป้าหมายเพื่อประโยชน์ให้คนในครอบครัว

ตัวอย่าง

  1. หมดภาระหนี้สิน
  2. สร้างมรดกให้ลูกหลาน
  3. สร้างทุนการศึกษาให้ลูก

2. ปกป้องเป้าหมาย

จากเป้าหมายของเราข้างต้นไม่ว่าจะเป็นประโยชน์เพื่อตนเองหรือจะทำเพื่อคนในครอบครัว เราก็เรียงลำดับความสำคัญว่าอันไหนสำคัญกับเรามากที่สุดไปจนถึงลำดับน้อยที่สุด จากนั้นเราก็จะมาหาวิธีการเพื่อที่จะปิดความเสี่ยงนั้นโดยเลือกรูปแบบประกันชีวิตที่เหมาะสมกับเป้าหมายการเงินของเรามากที่สุด ซึ่งตารางนี้เป็นเพียงแนวทางที่ผู้ทำประกันควรนำไปปรับใช้ให้เข้ากับเป้าหมายของตนเอง

4/10 5 สิ่งที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจทำประกันชีวิต [ซีรี่ย์ประกันชีวิต ชุด หากไม่รู้ 10 เรื่องนี้ก่อนซื้อประกันชีวิต...]

3. ความสามารถในการชำระเบี้ยประกันชีวิต

หลายครั้งที่เราต้องการจะทำทุนประกันชีวิตสูง(เป้าหมายการเก็บเงินเยอะๆ) เพื่อจะได้ครอบคลุมความเสี่ยงที่ตนเองมีให้ได้มากที่สุด แต่อีกใจหนึ่งก็กังวลว่าจะส่งไม่ต่อเนื่อง เพราะการส่งประกันนั้นต้องส่งติดต่อกันหลายปีจนกว่าจะครบกำหนด

เราสามารถลดความกังวลเหล่านี้ได้จากการจัดระเบียบการเงิน โดยไม่ทำให้การส่งเบี้ยประกันชีวิตนั้นต้องเป็นภาระรายจ่าย แต่เป็นการส่งเสริมสร้างวินัยการออมเงิน เริ่มต้นโดยการนำเบี้ยประกันชีวิตที่ส่งทั้งปีมาหาร 12 เพื่อจะดูว่ารายเดือนควรเก็บเท่าไหร่แล้วทะยอยเก็บรายเดือน พอครบปีจึงถอนออกมาจ่ายเบี้ยประกันชีวิต หากในอนาคตเราสามารถสร้างรายได้มากขึ้นก็ควรปรับทุนประกันให้มากขึ้นด้วยเช่นกัน

สัดส่วนที่เหมาะสมของการจ่ายเบี้ยประกันชีวิต

  1. คนโสดไม่ควรจ่ายเบี้ยประกันภัยเกิน 15-20% ของรายได้ต่อปี
  2. คนที่มีครอบครัวไม่ควรจ่ายเบี้ยประกันภัยเกิน 10-15% ของรายได้ต่อปี

4. เลือกกรมธรรม์ประกันชีวิต

เมื่อเราเลือกได้แล้วว่าตนเองมีเป้าหมายอย่างไร แล้วเลือกแบบประกันที่เหมาะสมกับเป้าหมายโดยดูจากความสามารถในการจ่ายชำระเบี้ย ต่อไปจะเป็นการเลือกกรมธรรม์ประกันชีวิตจากบริษัทที่เชื่อถือได้  และซื้อกับตัวแทนที่น่าเชื่อถือโดยต้องได้รับใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือที่เราจะเรียกสั้นๆว่า “คปภ.”

ข้อมูลที่ควรรู้ ดังนี้

  • ค้นหาแบบประกันที่บริษัทประกันชีวิตขายอยู่ในปัจจุบัน
  • เว็บตรวจตัวแทน/นายหน้าที่ได้รับใบอนุญาต

หลายครั้งที่เราอ่านในกระทู้แล้วบอกว่าถูกหลอกให้ทำประกัน ไม่ว่าจะมาจากสาเหตุใดก็ตาม ความจริงแล้วหากทำแล้วไม่ตรงกับเงื่อนไขที่เราได้รับฟังจากตัวแทนในครั้งแรก เราสามารถยกเลิกได้ภายใน 15 วันจะได้เงินคืน โดยหักค่าใช้จ่ายฉบับละ 500 บาทและการตรวจสอบสุขภาพ(ถ้ามี) ในอีกมุมหนึ่งหากเราซื้อประกันชีวิตแล้วจ่ายช้าเกิน 30 วันจะมีผลทำให้กรมธรรม์มีความเสี่ยงที่จะถูกบริษัทบอกยกเลิก

 

5. วิธีการจ่ายเบี้ยประกันชีวิต

การจ่ายเบี้ยประกันชีวิตในงวดต่อๆไปจะสะดวกมากขึ้น โดยจะมีจดหมายแจ้งการจ่ายเบี้ยประกันให้ผู้ทำประกันรับทราบแล้วจ่ายชำระเบี้ยในช่องทางที่สะดวก เช่น การจ่ายหน้าเค้าเตอร์ธนาคาร การจ่ายผ่านทางธนาคารออนไลน์ เป็นต้น

เมื่อเราทำประกันชีวิตแล้วควรเก็บรักษาเอกสารกรมธรรม์ไว้อย่างดี บอกกล่าวกับครอบครัวไว้สักนิดว่าตนเองทำประกันชีวิตไว้กับที่ไหนบ้าง ทุนประกันเท่าไหร่ โดยเขียนรายละเอียดหรือผลประโยชน์ต่างๆรวบรวมกันไว้ให้เป็นระเบียบ เพื่อที่จะได้มีประโยชน์ต่อการใช้งานในอนาคต เช่น

  • เก็บไว้ดูภาพรวมของการทำประกันชีวิตว่าเราทำประกันความเสี่ยงอะไรบ้าง
  • ประโยชน์ตอนเสียชีวิตเพราะเหล่ามิจฉาชีพชอบอาศัยช่องทางนี้ในการหาผลประโยชน์ โดยหลอกญาติผู้เสียชีวิตว่าผู้ตายได้ทำประกันชีวิตไว้แล้วขาดส่งงวดสุดท้าย หากญาตินำเงินไปชำระก็จะได้รับผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ที่ทำไว้ เมื่อญาติผู้เสียชีวิตหลงเชื่อก็จะสูญเสียเงินไป

ขอบคุณข้อมูลจาก อภินิหารเงินออม

สามารถติดตามข้อมูลได้จาก https://m-sel.com/